4

ฯ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ

อภิธมฺมปิฏเก

ปญฺจปกรณ-มูลฏีกา

ธาตุกถาปกรณ-มูลฏีกา

คนฺถารมฺภวณฺณนา

ธาตุกถาปกรณํ เทเสนฺโต ภควา ยสฺมิํ สมเย เทเสสิ, ตํ สมยํ ทสฺเสตุํ, วิภงฺคานนฺตรํ เทสิตสฺส ปกรณสฺส ธาตุกถาภาวํ ทสฺเสตุํ วา ‘‘อฏฺฐารสหี’’ติอาทิมาหฯ ตตฺถ พลวิธมนวิสยาติกฺกมนวเสน เทวปุตฺตมารสฺส, อปฺปวตฺติกรณวเสน กิเลสาภิสงฺขารมารานํ, สมุทยปฺปหานปริญฺญาวเสน ขนฺธมารสฺส, มจฺจุมารสฺส จ โพธิมูเล เอว ภญฺชิตตฺตา ปรูปนิสฺสยรหิตํ นิรติสยํ ตํ ภญฺชนํ อุปาทาย ภควา เอว ‘‘มารภญฺชโน’’ติ โถมิโตฯ ตตฺถ มาเร อภญฺเชสิ, มารภญฺชนํ วา เอตสฺส, น ปรราชาทิภญฺชนนฺติ มารภญฺชโนฯ มหาวิกฺกนฺโต มหาวีริโยติ มหาวีโร

ขนฺธาทโย อรณนฺตา ธมฺมา สภาวฏฺเฐน ธาตุโย, อภิธมฺมกถาธิฏฺฐานฏฺเฐน วาติ กตฺวา เตสํ กถนโต อิมสฺส ปกรณสฺส ธาตุกถาติ อธิวจนํฯ ยทิปิ อญฺเญสุ จ ปกรเณสุ เต สภาวา กถิตา, เอตฺถ ปน เตสํ สพฺเพสํ สงฺคหาสงฺคหาทีสุ จุทฺทสสุ นเยสุ เอเกกสฺมิํ กถิตตฺตา สาติสยํ กถนนฺติ อิทเมว เอวํนามกํฯ เอกเทสกถนเมว หิ อญฺญตฺถ กตนฺติฯ