4

ฯ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ

อภิธมฺมปิฏเก

ธมฺมสงฺคณี-มูลฏีกา

วีสติคาถาวณฺณนา

[1] ธมฺมสํวณฺณนายํ สตฺถริ ปณามกรณํ ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตภาเวน สตฺถริ ปสาทชนนตฺถํ, สตฺถุ จ อวิตถเทสนภาวปฺปกาสเนน ธมฺเม ปสาทชนนตฺถํฯ ตทุภยปฺปสาทา หิ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติ มหโต จ อตฺถสฺส สิทฺธิ โหตีติฯ อถ วา รตนตฺตยปณามวจนํ อตฺตโน รตนตฺตยปสาทสฺส วิญฺญาปนตฺถํ, ตํ ปน วิญฺญูนํ จิตฺตาราธนตฺถํ, ตํ อฏฺฐกถาย คาหณตฺถํ, ตํ สพฺพสมฺปตฺตินิปฺผาทนตฺถนฺติฯ อิทํ ปน อาจริเยน อธิปฺเปตปฺปโยชนํ อนฺตรายวิโสสนํฯ วกฺขติ หิ ‘‘นิปจฺจการสฺเสตสฺส…เป.… อเสสโต’’ติฯ รตนตฺตยปณามกรณญฺหิ อนฺตรายกราปุญฺญวิฆาตกรปุญฺญวิเสสภาวโต มงฺคลภาวโต ภยาทิอุปทฺทวนิวารณโต จ อนฺตรายวิโสสเน สมตฺถํ โหติฯ กถํ ปเนตสฺสาปุญฺญวิฆาตกราทิภาโว วิชานิตพฺโพติ? ‘‘ยสฺมิํ มหานาม สมเย อริยสาวโก ตถาคตํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมิํ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหตี’’ติอาทิวจนโต (อ. นิ. 6.10; 11.11), ‘‘ปูชา จ ปูชเนยฺยานํ, เอตํ มงฺคลมุตฺตม’’นฺติ (ขุ. ปา. 5.3; สุ. นิ. 262) จ, ‘‘เอวํ พุทฺธํ สรนฺตานํ, ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ภิกฺขโวฯ ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา, โลมหํโส น เหสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. 1.249) จ วจนโตติฯ

ตตฺถ ยสฺส สตฺถุโน ปณามํ กตฺตุกาโม, ตสฺส คุณวิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘กรุณา วิยา’’ติอาทิมาหฯ