4

ฯ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ

ขุทฺทกนิกาเย

เนตฺติปฺปกรณ-ฏีกา

คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา

สํวณฺณนารมฺเภ (ที. นิ. ฏี. 1.คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา; ม. นิ. ฏี. 1.1 คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา; สํ. นิ. ฏี. 1.1.1 คนฺถารมฺภกถาวณฺณนา) รตนตฺตยวนฺทนา สํวณฺเณตพฺพสฺส ธมฺมสฺส ปภวนิสฺสยวิสุทฺธิปฏิเวทนตฺถํ, ตํ ปน ธมฺมสํวณฺณนาสุ วิญฺญูนํ พหุมานุปฺปาทนตฺถํ, ตํ สมฺมเทว เตสํ อุคฺคหณธารณาทิกฺกมลทฺธพฺพาย สมฺมาปฏิปตฺติยา สพฺพหิตสุขนิปฺผาทนตฺถํฯ อถ วา มงฺคลภาวโต, สพฺพกิริยาสุ ปุพฺพกิจฺจภาวโต, ปณฺฑิเตหิ สมฺมาจริตภาวโต, อายติํ ปเรสํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชนโต จ สํวณฺณนายํ รตนตฺตยปณามกิริยาฯ อถ วา รตนตฺตยปณามกรณํ ปูชนียปูชาปุญฺญวิเสสนิพฺพตฺตนตฺถํ, ตํ อตฺตโน ยถาลทฺธสมฺปตฺตินิมิตฺตสฺส กมฺมสฺส พลานุปฺปทานตฺถํ, อนฺตรา จ ตสฺส อสงฺโกจนตฺถํ, ตทุภยํ อนนฺตราเยน อฏฺฐกถาย ปริสมาปนตฺถํฯ อิทเมว จ ปโยชนํ อาจริเยน อิธาธิปฺเปตํฯ ตถา หิ วกฺขติ ‘‘วนฺทนาชนิตํ…เป.… ตสฺส เตชสา’’ติฯ วตฺถุตฺตยปูชา หิ นิรติสยปุญฺญกฺเขตฺตสมฺพุทฺธิยา อปริเมยฺยปฺปภาโว ปุญฺญาติสโยติ พหุวิธนฺตราเยปิ โลกสนฺนิวาเส อนฺตรายนิพนฺธนสกลสํกิเลสวิทฺธํสนาย ปโหติ, ภยาทิอุปทฺทวญฺจ นิวาเรติฯ ยถาห –

‘‘ปูชารเห ปูชยโต, พุทฺเธ ยทิ ว สาวเก’’ติฯ (ธ. ป. 195; อป. เถร 1.10.1) จ,